วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555

10 อันดับ อาหารยอดฮิตของนักบินอวกาศ

การเดินทางไปอวกาศครั้งหนึ่งๆ มักไปเป็นเวลาหลายวัน ดังนั้นเรื่องหนึ่งที่สำคัญสำหรับการเดินทาง
คือเรื่องการกิน เพราะมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น น้ำหนัก การเก็บรักษาแรงโน้มถ่วง 
และความสะดวกในการรับประทาน ไปติดตาม 10 อันดับอาหารและเครื่องดื่มโปรดที่ได้รับการโหวต
จากเหล่านักบินให้เป็น "อาหารอวกาศ" มีดังนี้

10 ค๊อกเทลกุ้ง

เป็นอาหารว่าง ถูกปากนักบินอวกาศเกือบทุกคน



9 เมล็ดมะเขือเทศและเมล็ดเบซิล

เป็น เมล็ดพืชที่ยานอวกาศขนไปมากที่สุด นางบาบร่า มอร์แกน นักบินอวกาศของแคนาดาที่ขึ้นไปกับ
ยาน STS-118 หวังว่าเมื่อลงกลับพื้นโลกแล้ว จะให้เด็กๆ นำมาทดลองปลูก เพื่อเทียบเคียงดูว่า 
เมล็ดพืชที่ขึ้นไปบนอวกาศกับเมล็ดพืชที่อยู่บนโลก อย่างไหนเมื่อปลูกแล้วจะมีความเอร็ดอร่อยมากกว่ากัน



8 แอนไทแมตเทอร์

เป็น เครื่องดื่มให้พลังงานประเภทเดียวกับกระทิงแดง ผสมด้วยไวตามินและเกลือแร่ 
ผลิตโดยบริษัทไมโครกราวิตี้เอนเตอร์ไพรซ์ ( ทีมงาน toptenthailand เสียดายน่าจะเป็น
กระทิงแดงของไทยแทนนะเนี่ย )



7 สเปซ แรม ซุป หรือ สเปซราเม็งซุป

คือ บะหมี่ถ้วย นักบินอวกาศที่นำมากินคนแรกแน่นอนว่าต้องเป็นสัญชาติญี่ปุ่น คือ นายโซอิจิ โนกูจิที่เดินทาง
มากับยาน STS-114 เมื่อ 2 ปีทีแล้ว ราเม็งของยี่ห้อนิชชินดัดแปลงให้เป็นก้อนกลม ส่วนน้ำซุปนั้นให้แช่อยู่
ในน้ำร้อนขนาด 70 องศาเซลเซียส เพราะบนอวกาศไม่มีน้ำเดือดให้ โดยมีให้เลือก 4 รส คือ รสซอสถั่วเหลือง
 รสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น หรือ มิโสะ รส...และรสหมู



6 แคนาสแน็ก

คือ คุกกี้ของแคนาดา เป็นคุกกี้โอ๊ตมีขนาดพอคำและเอามาประกบกัน ตรงกลางจะเป็นครีมเมเปิ้ล 
ครีมราสเบอร์รี่ ครีมบลูเบอร์รี่ ครีมน้ำผึ้ง ครั้งแรกที่นำขึ้นมาบน อวกาศคือ เมื่อนายเดฟ วิลเลียมส์ 
นักบินอวกาศชาวแคนาดาขึ้นมากับยาน STS-118 การที่ทำให้คุกกี้อยู่ในขนาดพอดีคำนั้นก็เพื่อจะ
ได้ให้เข้าปาก ง่ายๆ ไม่มีเศษคุกกี้หล่นลงมา "แคนาสแน็ก" บรรจุอยู่ในซองสุญญากาศ และบนคุกกี้
มีสัญลักษณ์ใบเมเปิ้ลอยู่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแคนาดา


5 สไปซี่กรีนบีน หรือ ถั่วเขียวรสเผ็ด

เมนูเด็ดของเชฟ "เอมเมอริล ลากาส" หนึ่งในเชฟหลายคนที่ได้รับเชิญจากองค์การนาซ่า
ให้มาทดลองกับลิ้นนักบินอวกาศ



4 โค้กและเป๊ปซี่

ปี 1985 นาซ่าให้ทั้งโค้กและเป๊ปซี่ขึ้นไปบนอวกาศ โดยนาซ่าให้เอาขึ้นไปทั้งกระป๋องแต่ประดิษฐ์ฝาเปิด
ให้ เพื่อนักบินอวกาศจะได้รับรสชาติเต็มๆของเครื่องดื่มรสที่ว่า แต่การทดลองนี้ประสบความล้มเหลว
เพราะแรงโน้มถ่วงที่เท่ากับศูนย์รวมทั้งไม่ มีตู้เย็น ต่อมานาซ่าจึงให้ทดลองขึ้นไปอวกาศอีกครั้ง 
โดยให้มีอยู่ในรูปถ้วยอัดด้วยความดันและมีที่เปิดถ้วย นักบินอวกาศจึงดื่มได้ตามใจปรารถนา



3 น้ำส้ม

มาในรูปผงน้ำส้ม ยี่ห้อดังที่นาซ่าใช้คือ "แท็ง"



2 ไอศกรีม

ไอศกรีม แท่งนี้แห้ง เหมือนกับชอล์กและไม่เย็น แต่เมื่อเอาเข้าปากไปแล้ว มันละลายและมีรสชาติ
เหมือนกับกินไอศกรีมจริงๆ การนำไอศกรีมขึ้นไปบนอวกาศนั้น ต้องสกัดน้ำออกให้หมดและ
ไม่จำเป็นต้องแช่ในตู้เย็นเพื่อให้มันแข็ง



1 ช็อกโกแลตเอ็มแอนด์เอ็ม

เจ้า ของสโลแกน "ละลายในปาก แต่ไม่ละลายในมือ" ที่จริงแล้ว องค์การนาซ่าไม่ได้ระบุว่าเป็นช็อกโกแลต
ยี่ห้อนี้ เพราะเกรงว่าจะเป็นการโฆษณา จึงระบุแต่เพียงว่าเป็นช็อกโกแลตเคลือบเท่า นั้น แต่เมื่อปี 1996 
แชนนอน ลูซิด นักบินอวกาศหญิงเป็นผู้เปิดเผยยี่ห้อ โดยกล่าวว่า "บนสถานีอวกาศเมียร์น่าจะมี
ช็อกโกแลตเอ็มแอนด์เอ็มมากกว่านี้"

อ้างอิงโดย : สนุกดอทคอม

10 มหัศจรรย์แห่งความลึกลับของทิเบต




ทิเบต ดินแดนหลังคาโลก ซึ่งเต็มไปด้วยตำนานอันลี้ลับที่หลายเรื่องยังเป็นข้อกังขา หาบทสรุปไม่ได้ เขตปกครองตนเองทิเบต หรือ ธิเบต มีอากาศที่หนาวเย็นมาก ความกดอากาศและอ๊อกซิเจนต่ำ เหตุนี้จึงมีประชากรอาศัยอยู่น้อย และผู้ชายกว่าครึ่งบวชเป็นพระ พลเมืองนับถือศาสนาอย่างเคร่งครัด จนได้รับฉายาว่า “แดนแห่งพระธรรม” ถือเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ลึกลับ น่าค้นหา!


1. ความลึกลับ แห่ง เยติ


เยติ คือ ชื่อภาษาทิเบตของมนุษย์หิมะ เป็นสัตว์สองเท้า มีขนคล้ายลิง อาศัยอยู่แถบเทือกเขาหิมาลัย ในประเทศเนปาลและทิเบต เยติ เป็นสัตว์ที่มีความว่องไว คณะผู้เดินทางหลายกลุ่มมีการวางแผนพยายามติดตามเหล่าเยติ แต่ก็ไม่เคยมีใครทำสำเร็จ จะพบก็แต่เพียงรอยเท้า และร่องรอยบางอย่างซึ่งสงสัยกันว่าน่าจะเป็นหนังศีรษะ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเหล่า เยติ ยังมีชีวิตอยู่ หรือสูญพันธุ์ไปแล้ว คาดเดากันไปว่าสาเหตุที่ไม่พบ เยติ ที่เทือกเขาหิมาลัย อาจเพราะความสูง สภาพอากาศที่หนาวเหน็บ ปราศจากอาหารประทังชีวิต จึงทำให้กลุ่ม เยติ ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น 


2. ความลึกลับ แห่ง Gterma


Gterma เป็นแบบแผนแห่ง ทิเบต ที่ถูกขุดค้นอีกครั้ง หลังจากถูกซุกซ่อนโดยพระทิเบตเมื่อครั้งหมดศรัทธาในศาสนา Gterma ได้แก่ การอ่านหนังสือธรรมะ การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการใฝ่รู้ทางศาสนา ซึ่งอย่างหลังเป็นสิ่งที่มีมนต์ขลังมากที่สุด เพราะนั่นหมายความถึงการมี Gterma ฝังลึกลงไปในจิตวิญญาณ เมื่อใดที่กายพร้อม ใจพร้อม จะเป็นตัวกำหนดแรงบันดาลใจลึกลับ แม้คนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ก็สามารถเขียนพระไตรปิฎกขึ้นได้อย่างอัศจรรย์ 


3. ความลึกลับ แห่ง ชัมบาลา


ชัมบาลา (Shambhala) หรือ แชงกรีลา (Shangri-La) ในภาษา ทิเบต หมายถึง ดินแดนอันบริสุทธิ์ เป็นตำนานลึกลับของโลกแห่งพุทธศาสนา ต้นกำเนิดของการสอน Kalachakra ในหนังสือประวัติศาสตร์ ทิเบตได้มีการบันทึกเรื่องราวของ ชัมบาลา ไว้มากมาย แต่นักวิชาการทางพุทธศาสนาก็ยังตั้งข้อกังขาว่าแท้จริงแล้วชัมบาลา นั้นมีอยู่จริงหรือเป็นเพียงแดนสวรรค์ในนิยาย ถือเป็นความลี้ลับที่ยังไม่มีบทสรุป 


4. ความลึกลับ แห่ง ร่างสีรุ้ง


ร่างสีรุ้ง ถือเป็นปรากฏการณ์ลึกลับแห่งพุทธศาสนาใน ทิเบต เป็นความเชื่อต่อกันว่า พระทิเบตผู้ซึ่งบรรลุธรรมขั้นสูงสุด เมื่อหมดลมหายใจ ร่างกายจะกลายเป็นสีรุ้ง สลายล่องลอยโดยไม่ต้องทำการฝังเหมือนศพทั่วไป


5. ความลึกลับ แห่ง มหากาพย์ กษัตริย์ Gesar


เรื่องราวชีวิตของ กษัตริย์ Gesar เป็นที่รู้จักกันดีในมหากาพย์ผู้กล้าแห่ง ทิเบต และเป็นมหากาพย์แห่งชีวิตหนึ่งเดียวในโลกที่ใช้การถ่ายทอดกันปากต่อปากจากเหล่าศิลปินพื้นบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 100 ชีวิตที่อาศัยอยู่ใน ทิเบต มองโกเลีย และ จังหวัดชิงไห่ ทำหน้าที่สร้างเสียงเพลงเฉลิมฉลองความสำเร็จของกษัตริย์ Gesar ผู้กล้าหาญแห่งทิเบต หากศิลปินคนใดสามารถบอกต่อตำนานได้มากกว่าหนึ่งเรื่องราวจะถือว่าคนนั้นเป็น ศิลปินแห่งพระเจ้า ซึ่งหมายถึงเขาได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากคำของพระเจ้าและกษัตริย์ Gesar ในฝัน และจะขับขานเสียงเพลงออกมาแบบควบคุมตัวเองไม่ได้ ใน ทิเบต วัยรุ่นที่ไม่รู้หนังสือสามารถบอกเล่ามหากาพย์นี้ได้มากกว่าหนึ่งล้านคำ ถือเป็นเรื่องเหลือเชื่อ! 


6. ความลึกลับ แห่ง ราชอาณาจักร Shangshung


ไม่เพียงแต่มีภาษาชางชุง ภาษาอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่ยังเป็นจุดกำเนิดของศาสนาพุทธวัชรยาน (พุทธทิเบต) อีกด้วย ราชอาณาจักรชางชุงมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อวัฒนธรรมทั่วทิเบต อย่างไรก็ตาม การสาบสูญอย่างลึกลับได้ทิ้งปริศนาที่ยังหาคำตอบไม่ได้ไว้มากมาย

7. ความลึกลับ แห่ง ราชอาณาจักร Guge


ในช่วงกลางศตวรรษที่ 9 ราชอาณาจักร Tubo ได้ล่มสลาย ชนรุ่นหลังจึงร่วมกันก่อตั้ง ราชอาณาจักร Guge และสร้างสรรค์อารยธรรมอันงดงามภายใน 700 ปี ต่อมาในปี ค.ศ. 1630 Guge ถูกล้มล้างอำนาจโดยลาดัคห์ ตามบันทึกประวัติศาสตร์ มีการฆ่าและการปล้นสะดมอย่างหนักในช่วงสงคราม สุดท้ายร่องรอยอารยธรรม Guge ได้เลือนหายไปในพริบตา ไร้ซึ่งเบาะแส ปัจจุบัน ราชอาณาจักร Guge ได้หลงเหลือซากปรักหักพังของสถาปัตยกรรมสุดมหัศจรรย์ ภาพวาดโบราณ และ ดวงตาสีเงิน ความลึกลับแห่ง Guge(Guge Silver Eye) ให้เราได้สัมผัส 


8. ความลึกลับ แห่ง หมอทิเบต


หมอทิเบต ในฐานะผู้บูชาศาสนาแต่แรกเริ่ม เชื่อกันว่าสามารถติดต่อกับพระเจ้าและสามารถพูดคุยกับวิญญาณได้ มีอภินิหารในการรักษาโรค นำวิญญาณที่ล่องลอยกลับสู่ร่าง เยียวยาความเจ็บป่วยของจิตวิญญาณ มนุษย์ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในต่างประเทศ หมอทิเบต ทำหน้าที่หลากหลายในสังคม เป็นทั้งหมอดู หมอรักษาโรค หมอพิธีกรรม ผู้แนะนำด้านจิตวิญญาณ สรุปง่ายๆ คล้ายๆ หมอผี เครื่องแต่งกาย เครื่องประกอบพิธีกรรม เวทมนตร์คาถา แท่นบูชา การทำนายโชคชะตา ถือเป็นเอกลักษณ์อันเป็นที่จดจำของ หมอทิเบต 


9. ความลึกลับ แห่ง เมฆรูปธง บนยอดเขาเอเวอเรสต์


ยามที่สภาพอากาศเป็นใจ เราสามารถมองเห็นเมฆรูปธงสีขาวบน ยอดเขาเอเวอเรสต์ ลมจากทิศตะวันตกจะพัดเมฆไปยังทิศตะวันออก เกิดเป็นเมฆรูปธงอยู่บนยอดเขา กระแสลมที่พัดผ่านภูเขานั้นสามารถสร้างเมฆได้ หรือแม้กระทั่งการพัดเป่าหิมะก็สามารถก่อตัวเป็นเมฆได้ บางครั้งเหมือนธงกำลังโบกสะบัดอยู่บนยอดเขา บางครั้งเหมือนคลื่นยักษ์  ท้ายสุดจะแปรสภาพเป็นเส้นควันทอดยาวสง่างาม การเปลี่ยนแปลงของ เมฆรูปธงสามารถบอกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสลม จึงทำให้ เมฆรูปธง บนยอดเขาเอเวอเรสต์ เป็นที่รู้จักกันในชื่อของ กังหันที่สูงที่สุดในโลก 


10. ความลึกลับ แห่ง หิมะสีแดง


สภาพพื้นผิวของ เทือกเขาหิมาลัย เหนือระดับ 5,000 เมตร จะระยิบระยับด้วยจุดสีแดงเลือด ซึ่งมองไกล ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนหิมะสีแดง จุดสีแดงเหล่านี้เกิดจากสาหร่ายซึ่งมีสีแดง Chlamydomonas nivalis, Chlorococcum infusionum, และสาหร่ายชนิดอื่นๆ ซึ่งจะกระจายอยู่ทั่วไปบนภูเขา โดยสามารถต้านความหนาวได้และเติบโตดีที่สุดในอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส เป็นที่มาของความลึกลับแห่ง หิมะสีแดง 


ที่มา :  MThai และ http://itplaza.co.th/update_details.php?type_id=7&news_id=20426&page=1

10 อันดับโทรศัพท์มือถือที่แพงที่สุดในโลก

อันดับ 10
Gresso Luxury Phone 




ราคา $1000
ทำจากวัสดุทองคำ และไม้ดำจากแอฟริกาอายุ 200 ปี ตัวเครื่องใช้ระบบ Windows Mobile 6.0 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนกึ่งพีซีที่มีราคาแพงที่สุดในโลก หน่วยความจำภายใน 8GB แต่เนื่องจากเป็นมือถือเครื่องประดับที่นำ Windows Mobile มาใช้เฉยๆ เสปคภายในจึงไม่โดดเด่นเหมือนกับ PDA Phone รุ่นอื่นๆ ที่มีราคาถูกกว่าหรือไล่เลี่ยกัน

อันดับ 9
Nokia 8800 Sirocco Lamborghini Limited Edition
 



ราคา 1099$
ทำจากวัสดุแสตนเลสสตีลขัดเงา เช่นเดียวกับ 8800 ตัวธรรมดาที่ราคาไม่กี่พัน แต่ตัวนี้ มีความพิเศษคือ ใช้การดีไซน์จากแบรนด์ยรถยนต์หรูอย่าง Lamborghini การสไลด์คลิกก็ถูกดีไซน์ให้เหมือนกับการเปิดประตูรถหรูราคาแพง เสปคภายในคือ ใช้ระบบปฏิบัติการ 5th Edition เหมือนโนเกียรุ่นอื่นๆ และมาพร้อมกับหน่วยความจำขนาด 4GB เสียที่ว่าไม่สามารถเพิ่มความจำได้ สำหรับราคาเปิดตัวในไทยอยู่ที่ 49900 บาท ปัจุบันราคาตกลงมาเหลือประมาณ 30000 เศษๆ 


อันดับ 8 
Samsung Serene 

 

ราคา $1,250 
โทรศัพท์มือถือจากค่ายเกาหลีรุ่นนี้มีข้อพิเศษหลายอย่าง และ มันมีหน้าตาแปลกๆ คือ เหมือนกับนาฬิกาปลุกตั้งโต๊ะ ถึงแม้ว่า โทรศัพท์มือถือรุ่นนี้จะไม่ได้หรูหราอะไรนักแต่ก็เป็นมือถือเครื่องประดับได้ดีทีเดียว เพราะเมื่อปิดฝาพับมันลงมาแล้วมันจะเหมือนตลับเครื่องสำอางค์ประดับกระเป๋วผู้หญิงได้เป็นอย่างดี รุ่นนี้มาพร้อมกับหน่วยความจำภายใน 16GB และเพิ่มได้ด้วยการ์ด Micro SD และยังมีกล้อง 3.2MP อยู่ที่ด้านข้างอีกด้วย รุ่นนี้ผมเองก็เคยเจออยู่ที่ MBK นะแต่ไม่ได้ถามราคามา คาดว่าน่าจะ 40K+


อันดับ 7 
Mobiado Professional EM (wood) 



ราคา $1,900 
รุ่นนี้เป็นโทรศัพท์สำหรับคนมีตังเท่านั้น เสปคภายในไม่มีไรมาก หรือเท่ากับโทรศัพท์ธรรมดา เช่น กล้องแค่ 1.3 ล้าน วิทยุ FM / Bluetooth /GPRS 
รุ่นนี้ใช้ระบบปฏิบัติการของ Nokia 4th edition 
มีจำนวนจำกัดเพียง 200 เครื่องเท่านั้น ดังนั้น คงเสียใจด้วยครับสำหรับคนไทยที่มีตังและอยากได้ เพราะป่านนี้คงถูกจองเรียบหมดแล้วครับ


อันดับ 6 
Nokia 8800 Sirocco Gold 

 

ราคา $2700 
อันนี้เป็นโทรศัพท์มือถือของโนเกีย ที่เรียกว่า หรูหรามาก เพราะนอกจากการออกแบบนั้นจะประกอบด้วยมือและใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานแล้ว ตัวเครื่องยังชุบด้วยทองคำ 14K เหมาะสำหรับคนที่ชอบใส่ทองเป็นเครื่องประดับ แต่ต้องรวยด้วยนะ ส่วนเสปคก็ ธรรมดา ครับ สู้พวก Nseries ไม่ได้หรอก

อันดับ 5 
Motorola V220 Special Edition 

 

ราคา $51800 
และแล้วก็มาถึงกับราคาที่ก้าวกระโดดขึ้นมาครับ รุ่นนี้เป็นรุ่นที่แพงที่สุดของค่ายธรรมดาๆ อย่าง Motorola ที่คุ้นๆ นั่นเอง ลักษณะของรุ่นนี้จะเหมือนกับรุ่น V220 ตัวธรรมดา แต่รุ่น Special Edition นี้ จะมีการนำเพชรเม็ดเล็กถึง 1200 เม็ดมาประดับ เท่านั้นยังไม่พอ ตัวเครื่องด้านนอกยังทำจากทองคำแท้ ไม่เหมือน V220 ธรรมดาที่เป็นแสตนเลส หน้าจอเคลือบ Sapphire ป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี สำหรับราคาในไทย ถ้าคำนวณแล้ว ราคามันเป็นแสนบาทเลยทีเดียว!!

อันดับ 4 
Vertu Diamond 

 

ราคา $88000 
ใครที่ชอบติดตามเรื่องมือถือ คงจะรู้จักยี่ห้อ Vertu นะครับ เพราะมันคือ ยี่ห้อที่ทำโทรศัพท์มือถือสุดหรูราคาแพง ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกมาหลายปี สำหรับรุ่นนี้ ดูที่ชื่อรุ่นก็รู้แล้วละครับว่า มันถูกประดับด้วยเพชรทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวเครื่อง ส่วนตัวเครื่องใช้วัสดุเงิน เสปกภายในคือ หน่วยความจำขนาด 16GB ที่เพิ่มไม่ได้ กล้อง 2 ล้าน นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมตารางเทียบเวลา และตารางเที่ยวบินพร้อมฟังก์ชั่นบันทึกการเดินทางด้วยเครื่องบินอีกด้วย 

อันดับ 3 
Sony Ericsson Black Diamond 

 

ราคา $300,000 
รุ่นนี้เป็นรุ่นท็อปของค่าย Sony Ericsson ที่คุ้นเคยนี่เอง แต่ ทำไม Sony Ericsson เล่นโทรศัพท์หรูแบบนี้ด้วยหว่า อาจจะเพราะมันเป็นยี่ห้อที่ผลิตมือถือเครื่องแรกของโลกก็ได้จึงได้ทำรุ่นพิเศษนี้ขึ้นมา 
สำหรับรุ่นนี้ดูจากชื่อรุ่นคงก็รู้แล้วครับ Black Diamond หมายถึงเพชรดำนี่เอง ดูที่ตัวเครื่อง ด้านหน้าที่มีสีดำมีประกาย นั่นคือเพชรดำของแท้ที่นำมาทำเป็นหน้ากากด้านหน้าของเครื่อง รวมไปถึงฝาหลังด้วย และส่วนอื่นๆ ก็จะเป็นวัสดุแสตนเลส และตัวเครื่องด้านนอกทั้งหมดจะเคลือบด้วย Sapphire ป้องกันรอยรอบด้าน 
สำหรับเสปกของมัน ขอบอกได้เลยครับว่า มันคือโทรศัพท์มือถือ ที่เสปกสูงที่สุดใน 10 อันดับนี้เลย เพราะนอกจากจะเป็นมือถือเครื่องประดับแล้วยังไม่พอ มาพร้อมกับระบบ Symbian OS มีการเขื่อมต่อแบบ Wifi / Bluetooth / Infrared เพิ่มความจำได้ด้วย Micro SD / M2 มีกล้อง 4 ล้านพร้อม AF และอีกอย่างคือ มันเป็น รุ่นเดียวใน 10 อันดับนี้ ที่รองรับระบบ 3G

อันดับ 2 
Vertu Signature Cobra 

 

ราคา $310,000 
ดูจากรูปร่างแล้ว เห็นว่ามันถูกดีไซน์มาจาก งู Cobra และยังมาพร้อมกับที่วางรูปงู แต่ไม่ธรรมดานะครับเพราะมันทำมาจากเพชร และทับทิมอีก 439 เม็ด

อันดับ 1 
Goldvish “Le million” 

 

ราคา $1,000,000 
อันนี้เป็นโืทรศัพท์มือถือที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ครับ มีลักษณะคล้ายรูปปลา ประดับด้วยเพชรแท้ แม้แต่ปุ่มกด ยังเป็นเพชรแท้เลย ตัวเครื่องจะมีให้เลือก 2 สี คือสีทองและเงิน ถ้าเป็นสีทองจะทำด้วยทองคำแท้ ส่วนสีเงินจะทำด้วยเงิน รุ่นนี้มาพร้อมกับกล้อง 5 ล้าน หน่วยความจำขนาด 16GB ที่เพิ่มไม่ได้ และยังมี Motion Sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหวอีกด้วย แล้วยังมีจุดเด่นอีกคือ ตามด้านข้างและปุ่มกดรวมทั้งด้านหลัง จะมีหลอดไฟ LED สีขาว จำนวน 34 หลอด ซ่อนอยู่ใต้บริเวณที่เป็นเพชร และจะทำงานเมื่ออยู่ในที่มืด ทำให้เห็นเป็นแสงวูบวาบสวยงาม หรือจะตั้งให้เป็นไฟกะพริบสวยงามก็ได้ ถือเป็นอีกรุ่นที่ออกแบบได้อลังการมากทีเดียว และ หากคำนวณราคา 1 ล้านดอลล่าร์สหรัฐให้เป็นเงินไทยแล้ว ราคาของมันคือ ราวๆ 35 ล้านบาทครับพี่น้อง

เครดิต : http://community.siamphone.com/viewtopic.php?t=322404

10 ไอเดีย ห้องนอนสีม่วงขาว...อยากได้แบบนี้อ่ะ!!


10 ไอเดีย ห้องนอนสีม่วงขาว นุ่มนวล น่าสัมผัส

1.



2.



3.



4.



5.




6.




7.




8.




9.




10.



เครดิต: http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2571291