วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

10 อันดับอนิเมะที่ตื่นเต้น น่าประทับใจ


10 อันดับอนิเมะที่ตื่นเต้น น่าประทับใจ

10.Suzumiya Haruhi no Yuuutsu


9.Summer wars


8.Mahou shoujo madoka magica


7.To aru kagaku no railgun


6.Fate/Zero


5.To aru majutsu no index


4.Code geass


3.Angel beats!


2.Sword art online


1.Durarara
และนี่เป็นอันดับที่เหลือรองลงมาจ้า

11.Steins; Gate
12.Neon genesis evangelion
13.Death note
14.Lagann Gurren
15.The Book of Bantorra,Highschool of the dead
17.Stand Alone Complete
18.Inuyasha,S-cry-ed
20.Uta no prince-sama maji love 1000%,Fate/Stay night

เครดิต http://anime.biglobe.ne.jp/userranking/title/38325/

10 อันดับผู้ชายในอนิเมะที่เท่ที่สุด


10. Okabe Rintarou (Steins;Gate)


9. Hei (Darker Then Black)


8. Edward Eric (Full Metal Alchemist)



7. Nura Rikuo (Nurarihyon no Mago)


6. Kaburagi T. Kotetsu ( Tiger & Bunny)


5. Okazaki Tomoya (Clannad)


4.Accelerator (To Aru Majutsu no Index)


3.Kazuma (S-cry-ed)


2. Lelouch Vi Brittania (Code Geass)


1. Sakata Gintoki (Gintama) ตูไม่เชื่อ!!!!!!!!!!


เครดิต nipponanime
ที่มาจาก >> http://www.gangtoon.com แก็งค์ตูน คลับคนรักการ์ตูน

10 อาชีพในอนาคต ที่มาแรงส์สุดๆ


อาชีพ
1. วิศวกรเนื้อเยื่อ
อนาคตโลกเราจะมีผิวหนังปลอม และกระดูกอ่อนเทียมออกวางจำหน่าย นักวิจัยสามารถสร้างลำไส้และกระเพาะปัสสาวะใหม่ขึ้นมาในช่องท้องของสัตว์ เป็นการเริ่มต้นสร้างเนื้อเยื่อของตับ หัวใจ และไต ขึ้น
2. นักวางโครงสร้างยีน
แผนผังโครงสร้างทางพันธุกรรม (ยีน)ของมนุษย์ทำให้ช่างเทคนิคสามารถสร้างหรือเปลี่ยนแปลงหน่วยทางพันธุกรรมของมนุษย์แต่ละคนได้ ด้วยการเขียนรหัสคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใหม่ เมื่อมีการสแกนภาพของดีเอ็นเอเราเพื่อหาข้อบกพร่อง แล้วหมอจะใช้การบำบัดทางพันธุกรรมออกมาใช้ มีการคัดเลือกเอาแต่โมเลกุลที่ฉลาดๆ เพื่อป้องกันปัญหาบางอย่าง เช่น โรคมะเร็ง
ชาวนา
3. ชาวนา
เกษตรกรยุคใหม่จะปลูกพืชพรรณต่างๆ มีการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งผ่านการดูแลทางด้านพันธุวิศวกรรมมาก่อนแล้ว โครงการนี้เริ่มก้าวหน้ามากแล้ว มีทั้งวัคซีนที่จะฉีดให้มะเขือเทศโตและวิทยาการอื่นๆ
4. ผู้ตรวจสอบเรื่องอาหาร
ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรกินในมื้อค่ำ เมื่อมีปลาที่โตเร็ว และมีการตัดต่อทางพันธุกรรม ทำให้มี อาหารพอสำหรับประชากรที่ล้นโลก แต่ก็จะต้องระวังเรื่องผลกระทบทางพันธุกรรมต่างๆด้วย
นักโฆษณา
5. นักขุดข้อมูล
อนาคตจะมีนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญมาจัดการข้อมูลของที่ต่างๆ เขาจะรู้รูปแบบพฤติกรรมของผู้คน ทำให้เป็นประโยชน์ต่อนักการตลาดมาก
6. ช่างซ่อมด่วนตามสาย
ถ้าคุณไม่สามารถจัดการกับบรรดาเครื่องเล่นวิดีโอหรือว่าดีวีดีได้ละก็ คุณจะมีรีโมทที่ทำหน้าที่ดูแล อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างในบ้าน แต่ก็น่าจะยังมีช่างซ่อมที่เราจะเรียกใช้บริการตามสายผ่านวิดีโอโฟนอยู่บ้าง
virtual-reality-
7. นักแสดงแบบ Virtual Reality
การชมโทรทัศน์แบบเสียเงินจะกลายเป็นการจ่ายต่อครั้งที่มีการแสดง ต่อไปนักแสดงจะมีปฏิกิริยากับเราได้ในโลกของละคร Cyber Space อาชีพนักเขียนบทก็ยังจะมีคนต้องการสูงเพราะคงจะมีบทแปลกๆ อีกมาก
8. นักโฆษณาเพื่อคนๆเดียว
อุตสาหกรรมโทรทัศน์จะมุ่งเน้นไปที่บุคคลมากขึ้น นักโฆษณาจะสร้างสรรค์เนื้อหาโฆษณาของสินค้าเพื่อ ผู้บริโภคแต่ละคนโดยเฉพาะ แต่ก็จะมีโฆษณาอื่นๆที่พยายามดึงความสนใจเราด้วยกลิ่นและรส เพื่อส่งกระแสกระตุ้นให้เราอยากซื้อสินค้าในทันที
มนุษย์เลียนแบบ
9. มนุษย์เลียนแบบ
วิศวกรคอมพิวเตอร์ ยังคงพยายามที่จะเลียนแบบสติปัญญาของมนุษย์ ในอนาคตเราจะแยกไม่ออกเลยว่าเรากำลังคุยกับคนหรือหุ่น เจ้ามนุษย์หุ่นยนต์นี้จะทำหน้าที่ดูแลลูกค้า หรือเป็นคนคอยสรุปอีเมล์ให้เรา หรือแม้กระทั่งตอบจดหมายแทนเราเลย
10. วิศวกรแห่งความรู้
นักเลียนแบบสติปัญญา ของมนุษย์จะแปลผลงานหรือการทำงานของเราลงไปเป็นซอฟท์แวร์ ทำให้สมองพวกเรามีขนาดเล็กลง
 
10 อาชีพในอนาคต ที่มาแรงส์สุดๆ thank ::  myhappyoffice.com

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

9 สุดยอด... สิ่งประดิษฐ์การแพทย์ในรอบหนึ่งพันปี


ในรอบหนึ่งพันปี ถึงปี ค.ศ. 2000 มีการประดิษฐ์คิดค้น ทางด้านการแพทย์มากมาย จึงนับเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะคัดเลือกเพียง9 สุดยอดผลงานการประดิษฐ์คิดค้นด้านการแพทย์ที่มีคุณประโยชน์ และมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์มากเป็นพิเศษ
ต่อไปนี้เป็น 9 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์คิดค้นทางด้านการแพทย์ในรอบหนึ่งพันปี ตามการพิจารณาคัดเลือกโดยนิตยสาร POPULAR SCIENCE
เครื่องรังสีเอกซ์
เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1895 จากการค้นพบรังสีเอกซ์อย่างบังเอิญ โดนนักฟิสิกส์เยอรมัน วิลเฮล์ม รึนต์เกน (WILHELM ROENTGEN) และทำให้ผู้ค้นพบได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์เป็นคนแรก ในปี ค.ศ. 1901 หลังการค้นพบเพียงสามเดือน เครื่องฉายรังสีเอกซ์ก็ได้รับการนำไปใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ ถ่ายภาพรังสีเอกซ์ของคนแขนหัก ทำให้แพทย์สามารถช่วยรักษาแขนที่หักได้อย่างถูกวิธ ีมาถึงปัจจุบัน รังสีเอกซ์กำลังถูกใช้ให้เป็นประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มากมาย ดังเช่นการแพทย์อุตสาหกรรม และด้านดาราศาสตร์
ยาคุมกำเนิด
เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1955 จากการประดิษฐ์คิดค้นของนักชีววิทยาชาวอเมริกัน ชื่อ เกรกอรี พินคัส (GREGORY PINCUS) ยาคุมกำเนิดได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญต่อสังคมมนุษย์ และบทบาทของสตรีทั่วโลก เพราะทำให้เกิดการวางแผนครอบครัวบังเกิดผลอย่างแท้จริง และปลดปล่อยสตรีมิให้ต้องถูกพันธนาการด้วยภาระการตั้งครรภ์และเลี้ยงลูก ถ้าไม่ต้องการหรือยังไม่พร้อม
เครื่องเจาะฟัน
เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1790 เป็นผลงานการประดิษฐ์คิดค้นของ จอห์น กรีนวูด (JOHN GREENWOOD) ผู้เป็นหมอฟันประจำตัวจอร์ช วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา เครื่องเจาะฟันมีบทบาทอย่างสำคัญ ทำให้การอุดฟันโดยทันตแพทย์ทำให้ง่ายขึ้น และมีประสิทธิภาพขึ้น
วัคซีน
เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1796 โดยแพทย์ชาวอังกฤษ ชื่อ เอดเวอร์ด เจนเนอร์ (EDWARD JENNER) ได้ใช้เชื้อโรคที่อ่อนกำลังลงมากจากวัวฉีดให้กับเด็กชายชาวอังกฤษคนหนึ่ง แล้วพบว่า มีผลเป็นวัคซีนป้องกันเด็กจากโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษได้
ยาปฏิชีวนะ
เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1928 จากการค้นพบโดยบังเอิญของ อเล็กซานเดอร์ เซลมิง (ALEXANDER FLEMING) ว่า เชื้อบางชนิดสามารถฆ่าแบคทีเรียได้ ในปัจจุบันมียาปฏิชีวนะมากมายที่ช่วยรักษาโรคจากแบคทีเรีย ยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ผลิตจากเชื้อราแต่ก็กำลังเกิดปัญหาว่าเชื้อโรคหลายชนิด สามารถพัฒนาตนเองจนกระทั่งดื้อยาปฏิชีวนะที่เคยรักษาได้มาก่อน
เข็มฉีดยา
เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1853 ถึงแม้ว่าเข็มชนิดกลวงภายในซึ่งเป็นลักษณะ และส่วนสำคัญของเข็มฉีดยาจะถูกประดิษฐ์ขึ้นมาก่อนแล้วประมาณหนึ่งทศวรรษ แต่เข็มฉีดยาที่ใช้งานได้จริงเกิดขึ้นโดยแพทย์ฝรั่งเศส ชื่อ ชาร์ลส์ พราวาซ (CHARLES PRAVAZ) ในปี ค.ศ. 1853 นั้น และทำให้การให้ยาแก่คนป่วยที่นอกเหนือจากการกินเป็นไปได้ อย่างสะดวกสบายขึ้น และมีประสิทธิภาพถึงแม้คนถูกฉีดยาจะรู้สึกเจ็บ จากการถูกแทงด้วยเข็มฉีดยา แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
การฆ่าเชื้อ
เกิดขึ้นอย่างเป็นกิจจะลักษณะในปี ค.ศ.1847 เมื่อ อิก นาซ ฟิลิปป์ เซมเมลไวส์ (IGNAZPHILIPP SEMMELWEISS) แพทย์ชาวฮังการี ได้ขอให้แพทย์ทำคลอดทุกคนล้างมือก่อนทุกครั้งก่อนทำคลอด เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่จะติดทั้งตัวผู้เป็นแม่และทารก การฆ่าเชื้อหรือการทำให้ตัวแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์ปลอดจากเชื้อโรค เป็นก้าวสำคัญทำให้การผ่าตัดและการรักษาคนป่วย ที่ต้องมีการสัมผัสโดยมือของแพทย์ และเครื่องมือแพทย์ปลอดภัยขึ้นอย่างมาก
ยาสลบ
เกิดขึ้นอย่างเป็นกิจจะลักษณะในปี ค.ศ. 1846 จากการค้นพบโดย เซอร์ เจมส์ ซิมป์สัน (SIR JAMES SIMPSON) ชาวสก๊อตแลนด์ว่า คลอโรฟอร์มมีผลทำให้คนป่วยหมดสติ เพื่อที่แพทย์จะทำการผ่าตัดหรือช่วยทำคลอดได้โดยที่คนป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บปวด ถึงแม้เรื่องของการใช้ยาสลบคือ อีเทอร์ จะถูกทดลองใช้ก่อนในสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อข่าวนี้มาถึงอังกฤษ เซอร์เจมส์ ซิมป์สัน ทุ่มเทความสนใจอย่างจริงจังและเลือกใช้คลอโรฟอร์มเป็นยาสลบ ซึ่งเขาได้ใช้คลอโรฟอร์มนี้ช่วยให้พระนางเจ้าวิกตอเรียคลอดพระราชโอรส คือ เจ้าชายจีโอโพลด์ โดยไม่รู้สึกเจ็บปวด อย่างไรก็ตาม ในที่สุดอีเทอร์ก็ได้รับการยอมรับใช้เป็นยาสลบมากกว่าคลอโรฟอร์ม
หัวใจเทียม
เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1982 เมื่อ ดร.บาร์นีย์ คลาร์ก (BARNEY CLARK) เป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ใช้หัวใจเทียมเป็นอุปกรณ์เครื่องกล ประดิษฐ์ขึ้นโดย วิลเลม เจ.คอล์ฟฟ์ (WILLEM J.KOLFF) และโรเบิร์ต จาร์วิค (ROBERT JARVIK) ดร.บาร์นีย์ คลาร์ก มีชีวิตอยู่ได้โดยหัวใจเทียมเป็นเวลา 112 วัน

10 นักร้องไทยยอดนิยม


Jetset'er
Jetset’er

 10. Jetset’er

          เรียกได้ว่าปีนี้เป็นปีทองของพวกเขา 4 หนุ่ม ประกอบด้วย ที - พิพิธพล  ขำรัตน์ (ร้องนำ) , โอ - ทฤษฎี  ศรีม่วง (กีตาร์) , หมู - วรพจน์  วิศรุตนาถ (กีตาร์เบส) และเอ็ดดี้ - ญาณวุฒิ  จรรยหาญ (กลอง) แห่งวง Jetset’er สังกัดค่ายสนามหลวง เพราะหลังจากส่งอัลบั้มล่าสุด JET'S (เจ็ทส์) ออกมาก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ทั้งเพลงดีอย่างไร, น้ำผึ้งพระจันทร์, คืนนี้, ยิ้ม และsense ฯลฯ  ด้วยสไตล์เพลง นีโอ โซล (Neo Soul) ที่มีการใช้คอร์ทยุคใหม่ เติมลูกเล่นให้มีความทันสมัย ทำให้เกิดแนวดนตรีแปลกใหม่ จึงทำให้เพลงของ Jetset’er ค่อย ๆ ไต่ทะยานขึ้นชาร์ตคลื่นวิทยุอันดับต้น ๆ ในระยะเวลาไม่นาน
Paradox
Paradox

 9. Paradox 

          สำหรับวงอินดี้หลากสีสันเล่นมันส์ทุกเวทีอย่าง Paradox (พาราด็อกซ์) ที่มีเอกลักษณ์ทางการแสดงสด เพราะมักจะมีการแสดงประกอบการเล่นดนตรี เช่น พ่นไฟ, สาดน้ำ, โยนสิ่งของเล็ก ๆ น้อยให้กับคนดู จนเป็นที่กล่าวขานว่า Paradox เป็นอีกวงดนตรีหนึ่ง ที่เล่นคอนเสิร์ตสดสนุก มันส์ ไม่แพ้ใคร ซึ่งในปี 2011 หลังส่ง "คนบนฟ้า" เพลงรักฟังเบา ๆ ออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังและร้องตามจนติดปาก อาจเพราะไปโดนใจเหล่าบรรดาคนโสดที่หัวใจเหงา ๆ ทั้งหลายไปแล้วนั้น ล่าสุด Paradox ประกอบด้วย ต้า, สอง, โจอี้ และบิ๊ ก็ได้ฤกษ์คลอดอัลบั้มชุดใหม่ในชื่อ "DAYDREAMER 6.1" ภายใต้ค่าย genie records ซึ่งเนื้อหาในอัลบั้มนี้จะเป็นแนวเพลงน่ารัก ๆ โทนเพลงค่อนข้างเบา ไม่หนวกหู ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของอัลบั้มนี้เลย
ปาล์มมี่
ปาล์มมี่

 8. Palmy

          หายหน้าหายตาไปจากวงการเพลงไปนานถึง 6 ปี สำหรับ ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ นักร้องสาวมาดเซอร์ ขวัญใจหนุ่ม ๆ สาว ๆ หัวใจแนว ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และในปีนี้เธอหวนกลับมาจับไมล์ร้องเพลงอีกครั้ง แถมยังส่งอัลบั้มที่มีชื่อเดียวกับตัวเอง "Palmy" ภายใต้สังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังให้หายคิดถึง ไม่ว่าจะเป็นเพลง คิดมาก, Cry Cry Cry, กา กา กา และนาฬิกาเรือนเก่า ฯลฯ อีกทั้งเธอยังพกพาความน่ารัก สดใส และความเป็นตัวของตัวเองมาเหมือนเฉกเช่นเคย จึงทำให้เกิดกระแสปาล์มมี่ฟีเวอร์ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
Potato
Potato

 7. Potato

          เป็นวงดนตรีที่ได้รับความนิยมสุด ๆ ในหมู่วัยรุ่นไทย สำหรับวงร็อกค่ายแกรมมี่ Potato (โปเตโต้) ซึ่งในปีนี้ 3 หนุ่ม ประกอบด้วย ปั๊บ พัฒน์ชัย,โอม ปิยวัฒน์ และ กานต์ อ่ำสุพรรณ ขนเอาอัลบั้มชุด Human ออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังกัน ไม่ว่าจะเป็นเพลง เล่นลิ้น, ไม่รู้จะอธิบายยังไง, จำอะไรไม่ได้, เธอยัง... และ สัญญา(จะไม่ไปไหน) เป็นต้น ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมเช่นเคย แถมแต่ในปีนี้ Potato ยังจัดคอนเสิร์ตฉลอง 10 ปีของวง ด้วยการเตรียมจัดคอนเสิร์ตใหญ่กลางแจ้งครั้งแรกในชีวิตในชื่อ Coke Music Presents Potato Live Go On Concert เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2554 ณ สนาม เวโลโดรม หัวหมาก งานนี้เรียกว่าเหล่าบรรดาแฟนคลับแห่แหนไปร่วมสนุกกับวงร็อกในดวงใจกันอย่างคับคั่ง

Tattoo Colour
Tattoo Colour

 6. Tattoo Colour

          4 หนุ่มมาดกวนอารมณ์ดี ขวัญใจเด็กแนวนามว่า Tattoo Colour (แทททูคัลเลอร์) สมาชิกในวงประกอบด้วย ดิม, รัฐ, จั๊ม และ ตง พวกเขายังฮอตฮิตติดลมบนกันมาตั้งแต่ปีก่อน มาปีนี้ถึงจะไม่มีอัลบั้มออกให้แฟน ๆ ได้ฟังกัน แต่เพลงจากชุด ตรงแนว ๆ (พ.ศ. 2553) อย่าง รักแรกพบ, เธอไม่อาจเอารักไปจากหัวใจ, ลับสุดยอด และ ยอมแล้ว ฯลฯ ก็ยังคงติดหูแฟนเพลงอยู่ ด้วยเนื้อร้องโดนใจ ใส่ลูกเล่นแบบเต็มเหนี่ยว บวกกับดนตรีสไตล์แปลกใหม่ ไม่คอยเหมือนใคร จึงทำให้ Tattoo Colour ยังคงเป็นอีกวงหนึ่งที่ได้รับความนิยมในปีนี้

แสตมป์ อภิวัชร์
แสตมป์ อภิวัชร์

 5. แสตมป์ อภิวัชร์

          เห็นทีชื่อของ แสตมป์ อภิวัชร์ นักร้องหนุ่มตี๋ มาดกวน คารมดี ขวัญใจสาว ๆ จะไม่ติดโผศิลปินยอดนิยมแห่งปี 2011 คงจะไม่ได้ เพราะด้วยเสียงร้องที่ฟังแล้วเคลิบเคลิ้ม บวกกับนิสัยที่ความน่ารักน่าหยิกเวลาแสดงคอนเสิร์ต จึงไม่ต้องแปลกใจหาก แสตมป์ อภิวัชร์ จากค่าย Love Is จะได้รับความนิยม อีกทั้งเขายังแต่งและร้องเพลงประกอบให้กับภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะเพลง "มันคงเป็นความรัก" ที่ประกอบภาพยนตร์ 30 กำลังแจ๋ว ก็ฮอตฮิตติดปากไปทั่วบ้านทั่วเมือง

          ถึงแม้ว่า แสตมป์ จะยังไม่มีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตัวเอง แต่เขาก็มักนำพาหน้าตาน่ารัก ๆ ที่ผสมมาดกวน ๆ คำพูดขำ ๆ ไปแจมกับคอนเสิร์ตของคนอื่น ๆ เสมอ แถมเวลาไปคอนเสิร์ตหรืองานโชว์ต่าง ๆ เขายังชอบหยิบเอาเพลงของศิลปินท่านอื่น ไปดัดแปลงร้องในแบบของตัวเอง ในสไตล์เมดเล่ย์อีกต่างหาก จึงไม่แปลกที่จะขึ้นแท่นคว้าตำแหน่งขวัญใจสาว ๆ ได้ไม่ยากเลย

Room39 Room 39
Room 39

 4. Room 39

          ในปีนี้เกิดกระแส "หน่วง" กันอยู่พักใหญ่ ๆ สำหรับคนที่ได้ฟังเพลง หน่วง ของศิลปิน Room 39 ประกอบด้วย ทอม อิศรา, มน ชุติมน และ แว่นใหญ่ โอฬาร โดยเฉพาะท่อนที่ว่า "มันจึงเป็นความรักที่ไม่ถึงกับสุข เป็นความทุกข์ที่ไม่ถึงกับเศร้า เป็นความรักที่ทั้งซึ้งทั้งเหงาอยู่ด้วยกัน" ก็แหม...มันดันไปโดนใจคนที่กำลังตกอยู่ในภาวะอารมณ์ ความรู้สึกครึ่ง ๆ กลาง ๆ ใน "ความรัก" ของตัวเอง แถมล่าสุด Room 39 ก็ปล่อยเพลง "ระบายเฉย ๆ" ออกมากระทบใจวัยรุ่นอีกครั้ง โดยเนื้อเพลงจะออกแนวประชดประชัดคนรัก ที่ติดโทรศัพท์เกินหน้าเกินตาแฟนตัวเองซะงั้น ^^

ดา เอ็นโดรฟิน
ดา เอ็นโรฟิน

 3. ดา เอ็นโดรฟิน

          ด้วยเสียงที่โดดเด่น ไพเราะ และมีพลัง ทำให้ผลงานเพลงของเธอไต่ทะยานขึ้นไปติดชาร์ทอันดับหนึ่งตามคลื่นวิทยุทั่วประเทศ ด้วยระยะเวลาเพียงไม่นาน สำหรับ ดา เอ็นโดรฟิน หรือ ธนิดา ธรรมวิมล สาวมาดเท่ที่หลงรักการแต่งตัวไม่แพ้ร้องเพลง ซึ่งในปี 2011 ดา เอ็นโดฟิน เข็นผลงานจากอัลบั้ม ดอกไม้ไฟ...(ดา) ออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกัน โดยปล่อยซิงเกิ้ลแรก "ไม่ขอก็จะให้" ออกมาก่อน ซึ่งก็ได้เสียงตอบรับถล่มทะลาย ก่อนจะตามมาด้วยเพลง เรื่องของเรา, ถึงเวลาฟัง, เข้าใจฉันไหม Featuring ตู่ ภพธร, ง่ายไปมั้ง, ดอกไม้ไฟ และ โชคดีในโชคร้าย ฯลฯ นอกจากนี้ ด้วยพลังเสียงที่แสนไพเราะ หนักแน่น บวกกับความน่ารักในมาดสาวมั่น ทำให้ ดา เอ็นโดรฟิน ได้รับโหวตให้เป็นสาวเสียงดีจากหลาย ๆ สำนักอีกด้วย

เบิร์ด ธงไชย
เบิร์ด ธงไชย

 2. เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย

          ไม่ว่าจะขยับไปทางไหน หรือทำอะไรซุป'ตาร์ตลอดกาลอย่าง เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย ก็มักได้รับเสียงกรี๊ดกร๊าดจากเหล่าแฟนเพลงเสมอ อาจเพราะความเป็นกันเองน่ารัก อบอุ่น สนุกสนาน และไม่ถือตัว จึงทำให้ชื่อของ เบิร์ด ธงไชย ไม่เคยตกหล่นจากโพลยอดนิยมอันไหนเลย (จริงไหม) และล่าสุด เบิร์ด ธงไชย ขนเอาอัลบั้ม "อาสาสนุก" ซึ่งมีเพลงฮอตฮิตขึ้นชาร์ตตามคลื่นวิทยุทั่วประเทศในระยะเวลาอันรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเพลง Too Much So Much Very Much, อย่าทำแบบนี้ไม่ว่ากับใคร...เข้าใจไหม, อยากบอกรัก, อกมีไว้หัก และร้องไห้ทำไม ฯลฯ เรียกได้ว่าลูกเด็กเล็กแดงใคร ๆ ก็ร้องเพลง เบิร์ด ธงไชย ได้ทั้งนั้น ทำให้ชื่อของ เบิร์ด ธงไชย อยู่ในโผ 15 ศิลปิน ยอดนิยมแห่งปี 2011 แบบชิล ๆ

http://img.kapook.com/image/Artist/bodyslam_gmm-17.jpg
Bodyslam

 1. Bodyslam

          เริ่มต้นศิลปินยอดนิยมแห่งปี 2011 กับวงร็อคอันดับหนึ่งในใจใครหลาย ๆ คนอย่าง "บอดี้สแลม"(Bodyslam) เพราะไม่ว่าพวกเขาทั้ง 4 คน ประกอบด้วย ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย, ปิ๊ด ธนดล ช้างเสวต, ยอด ธนชัย ตันตระกูล และ ชัช สุชัฒติ จั่นอี๊ด จะมีความเคลื่อนไหวทั้งผลงานเพลงหรือเรื่องส่วนตัวอะไร ก็มักตกเป็นที่สนใจของแฟนเพลงเสมอ และถึงแม้ในปีนี้พวกเขาจะไม่มีผลงานเพลงออกมาให้ได้ฟังกัน แต่เพลงจากอัลบั้มล่าสุดคือ "คราม" (พ.ศ. 2553) ก็ยังได้รับความนิยมอยู่ ทั้งเพลงคราม, ความรัก, คิดฮอด, เปราะบาง และแสงสุดท้าย เป็นต้น

Boodyslam นั่งเล่น
Bodyslam นั่งเล่น

          อีกทั้งต้นปีหน้าพวกเขากำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่แต่เล่นเบา ๆ อีกครั้งกับ "Bodyslam นั่งเล่น"คอนเสิร์ตที่เบาที่สุดในชีวิตของบอดี้สแลม ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2555 ณ อิมแพค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 1 แถมในปีนี้นักร้องนำสุดเท่ขวัญใจขาโจ๋ ตูน อาทิวราห์ ยังแอบโชว์หวานออกงานคู่หวานใจ ก้อย รัชวิน อยู่บ่อย ๆ ทำให้ใคร ๆ ก็พูดถึงและติดตามความเคลื่อนไหวของบอดี้สแลมตลอดเวลา

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

10 อันดับ!! คณะที่ถูกสละสิทธิ์มากสุดในรับตรง มธ. ปี 54


สำหรับสถิติของปี 55 หรือปีที่แล้ว ทาง มหาวิทยาลัยยังไม่มีข้อมูลส่วนนี้ขึ้นหน้าเว็บค่ะ เดาเอาว่ามีเรื่องเคลียริ่งเฮ้าส์เข้ามาเกี่ยวข้องเลยสรุปข้อมูลลำบากหน่อย วันนี้พี่มิ้นท์เลยขอเอาบรรยากาศสอบตรงเก่าๆ ของปี 54 มาให้ดูกันก่อน แต่ถ้าหาของปี 55 มาได้ ก็จะมาจัดเต็มให้ดูภายหลังค่า
เด็กดีดอทคอม :: 10 อันดับ!! คณะที่ถูกสละสิทธิ์มากสุดในรับตรง มธ. ปี 54

  คณะที่คนสละสิทธิ์มากที่สุด 10 อันดับ..............!!! (ไล่จากอันดับ 10 ไปอันดับ 1 นะคะ)

  อันดับ 10 คือ คณะสหเวชศาสตร์ สาขากายภาพบำบัด
                    แผนรับ 20 คน  ผู้สมัคร 548 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 28 คน
                    แต่ยืนยันแค่ 13 สละสิทธิ์ไปถึง 15 คน

  อันดับ 9 มี 5 คณะ คือ
            1) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ประเภทการบริหารธุรกิจ หลักสูตร 5 ปี (ตรี-โท)
                  แผนรับ 25 คน ผู้สมัคร 204 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 66 คน
                  แต่ยืนยันสิทธิ์ 50 คน สละสิทธิ์ไปถึง 16 คน

            2) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาเคมี
                  แผนรับ 10 คน ผู้สมัคร 248 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 32 คน
                  แต่ยืนยันสิทธิ์ 16 คน สละสิทธิ์ไปถึง 16 คน

            3) คณะสหเวชศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
                  แผนรับ 20 คน ผู้สมัคร 1,717 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 20 คน
                  แต่ยืนยันสิทธิ์ 4 คน สละสิทธิ์ 16 คน

           4)  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง สาขาสถาปัตยกรรมภายใน
                  แผนรับ 30 คน ผู้สมัคร 391 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 36 คน
                  แต่ยืนยันสิทธิ์ 20 คน สละสิทธิ์ 16 คน

           5) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง สาขาภูมิสถาปัตยกรรม
                  แผ่นรับ 20 คน ผู้สมัคร 105 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 37 คน
                 แต่ยืนยันสิทธิ์ 21 คน สละสิทธิ์ 16 คน

   อันดับ 8 คือ คณะสาธารณสุขศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์
                   แผนรับ 20 คน ผู้สมัคร 1,068 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 65 คน
                   แต่ยืนยันสิทธิ์ 45 คน  สละสิทธิ์ 20 คน

   อันดับ 7 คือ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ สังคมสงเคราะห์ศาสตร์
                   แผนรับ 120 คน ผู้สมัคร 3,423 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 174 คน
                   แต่ยืนยันสิทธิ์ 153 คน สละสิทธิ์ 21 คน

   อันดับ 6 มี 2 คณะ คือ
           1) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ประเภทวิชาการบริหารธุรกิจ (หลักสูตร 4 ปี)
                   แผนรับ 150 คน ผู้สมัคร 1,509 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 203 คน
                   แต่ยืนยันสิทธิ์ 173 คน สละสิทธิ์ 30 คน

           2) คณะพยาบาลศาสตร์ พยาบาลศาสตร์
                   แผนรับ 50 คน ผู้สมัคร 836 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 57 คน
                   แต่ยืนยันสิทธิ์ 27 คน สละสิทธิ์ 30 คน
เด็กดีดอทคอม :: 10 อันดับ!! คณะที่ถูกสละสิทธิ์มากสุดในรับตรง มธ. ปี 54
   อันดับ 5 คือ คณะนิติศาสตร์ นิติศาสตร์
                   แผนรับ 300 คน ผู้สมัคร 5,025 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 351 คน
                   แต่ยืนยันสิทธิ์ 319 คน สละสิทธิ์ 32 คน

   อันดับ 4 คือ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมฯ
                   แผนรับ 50 คน ผู้สมัคร 249 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 51 คน
                   แต่ยืนยันสิทธิ์ 15 คน สละสิทธิ์ 36 คน

   อันดับ 3 คือ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ประเภทวิชาการบัญชี (หลักสูตร 4 ปี)
                   แผนรับ 100 คน ผู้สมัคร  1,102 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 189 คน
                   แต่ยืนยันสิทธิ์ 149 คน สละสิทธิ์ 40 คน

   อันดับ 2 คือ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง สาขาวิชาสถาปัตยกรรม
                   แผนรับ 65 คน ผู้สมัคร 705 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 86 คน
                   แต่ยืนยันสิทธิ์ 40 คน สละสิทธิ์ 46 คน
เด็กดีดอทคอม :: 10 อันดับ!! คณะที่ถูกสละสิทธิ์มากสุดในรับตรง มธ. ปี 54

    และแล้วก็มาถึง อันดับ 1 ที่มีคนสละสิทธิ์มากที่สุด ของรับตรง ม.ธรรมศาสตร์ ปี 54 คือ

                    คณะเศรษฐศาสตร์
                  แผนรับ 150 คน ผู้สมัคร 3,275 คน มีสิทธิ์เข้าศึกษา 314 คน
                  แต่ยืนยันสิทธิ์ 233 คน สละสิทธิ์สูงถึง 81 คน

      เมื่อเอาข้อมูลมาคิดเป็น % ก็จะได้จัดได้ 20 อันดับดังนี้ค่า


    20) พาณิชยศาสตร์ฯ การบัญชี 4 ปี (มีสิทธิ์ศึกษา 189 คน สละสิทธิ์ 40  เท่ากับสละสิทธิ์ 21.16%)
    19) ศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการละคอน  (มีสิทธิ์ศึกษา 36 คน สละสิทธิ์ 9  เท่ากับสละสิทธิ์ 24.99%)
    18) วิทยาศาสตร์ฯ สาขาฟิสิกส์ (มีสิทธิ์ศึกษา 4 คน สละสิทธิ์ 1  เท่ากับสละสิทธิ์ 25%)
    17) เศรษฐศาสตร์ (มีสิทธิ์ศึกษา 314 คน สละสิทธิ์ 81  เท่ากับสละสิทธิ์ 25.79%)
    16) วิทยาศาสตร์ฯ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (มีสิทธิ์ศึกษา 7 คน สละสิทธิ์ 2 เท่ากับสละสิทธิ์ 28.57%)
    15) นานาชาติสิรินธร หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต รูปแบบ 2 (มีสิทธิ์ศึกษา 10 คน สละสิทธิ์ 3 เท่ากับสละสิทธิ 30%)
    14) สาธารณสุขศาสตร์ (มีสิทธิ์ศึกษา 65 คน สละสิทธิ์ 20 เท่ากับสละสิทธิ์ 30.76%)
    13) วิทยาศาสตร์ฯ สาขาเทคโนโลนีชีวภาพ (มีสิทธิ์ศึกษา 17 คน สละสิทธิ์ 6 เท่ากับสละสิทธิ์ 35.29%)
    12) สถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ สาขาภูมิสถาปัตยกรรม (มีสิทธิ์ศึกษา 37 คน สละสิทธิ์ 16 เท่ากับสละสิทธิ์ 43.24%)
    11) สถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ สาขาสถาปัตยกรรมภายใน (มีสิทธิ์ศึกษา 36 คน สละสิทธิ์ 16 เท่ากับสละสิทธิ์ 44.44%)
         และคณะวิทยาศาสตร์ฯ สาขาสถิติ (มีสิทธิ์ศึกษา 9 คน สละสิทธิ์ 4  เท่ากับสละสิทธิ์ 44.44%)
    10) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (มีสิทธิ์ศึกษา 10  สละสิทธิ์ 5 คน เท่ากับสละสิทธิ์ 50%)
          และคณะวิทยาศาสตร์ฯ สาขาวิชาเคมี (มีสิทธิ์เข้าศึกษา 32 คน สละสิทธิ์ 16 เท่ากับสละสิทธิ์ 50%)
     9) พยาบาลศาสตร์ (มีสิทธิ์เข้าศึกษา 57 คน สละสิทธิ์ 30 เท่ากับสละสิทธิ์ 52.63%)
     8) สถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ สาขาสถาปัตยกรรม (มีสิทธิ์ศึกษา 86 คน สละสิทธิ์ 46 เท่ากับสละสิทธิ์ 53.48%)
    7) สหเวชศาสตร์ สาขากายภาพบำบัด (มีสิทธิ์ศึกษา 28 คน สละสิทธิ์ 15 เท่ากับสละสิทธิ์ 53.57%)
    6) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร (มีสิทธิ์ศึกษา 17 คน สละสิทธิ์ 10 คน เท่ากับสละสิทธิ์ 58.82%)
    5) วิทยาศาสตร์ฯ สาขาคณิตศาสตร์ประยุกต์ (มีสิทธิ์ศึกษา 8 คน สละสิทธิ์ 5 เท่ากับสละสิทธิ์ 62.5%)
    4) สถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ สาขาการผังเมือง  (มีสิทธิ์ศึกษา 11 คน สละสิทธิ์ 7เท่ากับสละสิทธิ์ 63.63%)
    3) นานาชาติสิรินธร หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต รูปแบบที่ 1  (มีสิทธิ์ศึกษา 3 คน สละสิทธิ์ 2 เท่ากับสละสิทธิ์ 66.66%)
    2) นานาชาติสิรินธร สาขาวิชาวิศวกรรมฯ  (มีสิทธิ์ศึกษา 51 คน สละสิทธิ์ 36 เท่ากับสละสิทธิ์ 70.58%)
    1) สหเวชศาสตร์ สาขาเทคนิคการแพทย์  (มีสิทธิ์ศึกษา 20 คน สละสิทธิ์ 16 เท่ากับสละสิทธิ์ 80%)

            ส่วนคณะที่ไม่มีผู้สละสิทธิ์เลยได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาคณิตศาสตร์, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาวัสดุศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์



CR: http://www.dek-d.com/content/admissions/